รีวิว JAGUA ปฏิบัติการล่านาซีที่ไม่ค่อยสมเหตุผล ในช่วงปี 1960

รีวิว JAGUAR ปฏิบัติการล่านาซีที่ไม่ค่อยสมเหตุผล ในช่วงปี 1960

รีวิว JAGUA ปฏิบัติการล่าของนาซี ซีรีส์แอ็คชั่นระทึกขวัญของ Netflix มีฉากในปี 1960 และเกิดขึ้นในปี 1960 และเกิดขึ้นในอดีตของสเปน ซึ่งถูกสร้างโดยทีมสเปนเช่นกัน เนื้อเรื่องจำกัดอยู่ที่การไล่ล่าอาชญากรสงคราม แพทย์นาซี เพื่อมาสู่ศาลอาญาโลกที่กำลังหลบหนีไปสเปน โดยที่ตัวเอกคือชาวยิวและลูกหลานที่รอดตายอีกห้าคนจากค่ายนาซี ซึ่งทั้งหมดมาร่วมกันทำภารกิจลับกับหัวหน้าทีมที่อยู่เบื้องหลังหญิงสาวลึกลับที่ไม่เป็นทางการ และภารกิจนี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อโลก ไม่มีบทบาทฮีโร่หรือชื่อเสียงตอบแทน มีเพียงการแก้แค้นของพวกเขาเป็นรางวัล

รีวิว JAGUAR ปฏิบัติการล่านาซีที่ไม่ค่อยสมเหตุผล ในช่วงปี 1960

เนื้อเรื่องแนะนำทีมละ 5 คน แต่บทจะเน้นไปที่ “อิซาเบล” นางเอกของเรื่องเป็นหลัก ซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีม และเป็นภารกิจที่เปิดเรื่องตั้งแต่แรก เมื่อนางเอกปลอมตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องนักฆ่านาซีของพ่อเธอ เธอก็ไปเที่ยวที่นั่น และเรื่องราวดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้เรารู้ว่านางเอกรอดจากค่ายนาซีได้อย่างไร พร้อมกับความแค้นสิบปีที่ไล่ล่าชายที่ฆ่าพ่อของเธอ ก่อนจะพบกับทีมพันเอกหญิงเกษียณ โดยมี “ลูเซน่า” เป็นหัวหน้าทีมเพื่อหยุดภารกิจเดี่ยวของเธอ เพื่อบอกเป้าหมายที่ดีกว่าสำหรับการแก้แค้น นั่นคือการลากหมอนาซีที่กุมความลับทั้งหมดของพวกนาซีคนอื่นๆ ที่หลบซ่อนปัจจุบัน ตอนแรกจะเป็นการแสดงฝีมือนางเอกในการหนีจากการไล่ล่าของทีมพระเอก ที่แต่ละคนมีทักษะที่แตกต่างกัน เรียกได้ว่าเป็นการแนะนำตัวละครหลักของเรื่องก็ทำได้ดี

หลังจากวางตัวละครในต

อนแรกแล้ว พวกเขาก็ไปยังภารกิจหลักของเรื่องในตอนที่สอง เรื่องราวเกี่ยวกับสายลับที่แทรกซึมกลุ่มเป้าหมายของนาซีที่ใช้ชีวิตเปิดกว้างในสเปน เรื่องราวสร้างจากความตึงเครียด ทำให้คุณรู้สึกหายใจไม่ออกเหมือนหนังนาซิด ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะอยู่ในสเปนที่ไม่อยู่ภายใต้การปกครองของนาซี แต่ก็ยังมีฉากที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกกดดันจากความโหดร้ายของนาซีในตอนนี้ จนแอบคิดว่าซีรีส์นี้น่าจะกลายเป็นซีรีส์ Netflix ที่ดีเกินคาด แต่ไม่ใช่เมื่อเรื่องราวต่อไปนี้เริ่มหลุดพ้นจากอารมณ์ที่กดขี่ มาเป็นแนวแอ็คชั่นที่พยายามใช้สไตล์ของ Inglourios Basterds

รีวิว JAGUAR ปฏิบัติการล่านาซีที่ไม่ค่อยสมเหตุผล ในช่วงปี 1960

ทั้งฉากแอคชั่นที่ไม่อยู่ในแนวเดียวกัน เหลือเชื่อเหมือนปืนพกกับปืนกล หรือการฆ่ามือเดียวอย่างง่าย ๆ ของรังนาซีทั้งหมด การใช้เพลงประกอบจังหวะแซมบ้าแบบละตินรวมกับการกระทำทำให้อารมณ์ของเรื่อง ว่ากันว่าเรื่องราวไม่หวนคืนสู่ภูมิทัศน์ที่ตึงเครียดและตึงเครียด อันไหนเป็นอันแรกอีกแล้ว? ที่ไม่เข้ากับเนื้อเรื่อง และเป็นซีรีส์แอคชั่นที่ทุนไม่สูงมาก ฉากแอคชั่นที่มีความสำคัญจึงทำในงบประมาณที่จำกัด เช่น เรือล่ม แต่ตัดฉากทันทีโดยไม่แสดงผล มีเพียงฉากถ่ายภาพที่อาจดูประกอบกันเล็กน้อย แต่นอกจากนั้น ทีมของตัวเอกยังรอดจากความสับสน ไม่มีคำอธิบายว่าเขารอดชีวิตมาได้อย่างไร ฉากก่อนเหมือนโดนยิงตาย ปรากฏขึ้นอีกครั้งและรอดชีวิต โดยไม่ต้องย้อนมาเล่าว่ารอดมาได้อย่างไร ทำให้ละครที่พยายามสร้างเรื่องราวดูไร้ความหมายเช่นกัน จนกลายเป็นซีรีส์ที่มีเรื่องราวสับสนมีจุดหักมุมหลายจุดในตอนท้ายทั้งๆ ที่เปิดสองเรื่องแรกได้เป็นอย่างดีและล่าสุดเราได้รีวิว รีวิวหนัง Sleepy Hollow